Uncategorized

การเสริมวิตามิน

Summary

การเสริมวิตามิน อะไรดี? เพื่อสุขภาพ เพื่ […]

การเสริมวิตามิน อะไรดี? เพื่อสุขภาพ เพื่อความงาม

การเสริมวิตามิน

การเสริมวิตามิน วิตามินเสริม คงเป็นอีก1ในหลายๆ topic ที่ทุกท่านอยากทราบว่าผู้หญิงอย่างเราควรรับประทานตัวไหนบ้าง ปริมาณมากน้อยเพียงใด เพื่อที่จะช่วยดูแลสุขภาพและรักษาความงามในตัวเราได้พอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

จะมาพูดถึงวิตามินเสริมที่รับประทานเองเป็นประจำ บางตัวรับประทานทุกวัน บางตัววันเว้นวัน และบางตัวรับประทานเพื่อป้องกันเมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอาการเท่านั้น ทั้งนี้ จะไม่ได้มาเล่าถึงเพียงแค่วิตามินเสริม แต่รวมถึงยาและสมุนไพรบางตัวที่และครอบครัวรับประทานเป็นประจำและได้ผลดี ขอบอกไว้ก่อนว่าผลลัพธ์ต่างๆทีเขียนเป็นผลลัพธ์ที่ และครอบครัวได้รับจริงๆ ส่วนตัวไม่ได้มีความรู้เรื่องทางการแพทย์หรืออย่างไรนะ และไม่แน่ใจว่ากระทู้ประมาณนี้ควรโพสที่โต๊ะเครื่องแป้งหรือสวนลุมพินีดี

เรามาเริ่มกันด้วยรูปภาพรวมวิตามินเสริม / ยา /สมุนไพร ที่และครอบครัวรับประทานกันเป็นประจำก่อนเลยนะ อย่าเพิ่งตกใจว่ามันเยอะมาก ๆ แต่อย่างที่บอกว่าไม่ได้กินหมดนี่ทุกวัน เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังทีละตัว

เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้จำเป็นสุดๆ แต่นรับประทานเพื่อความสวยงามนะ จะเน้นเกี่ยวกับผิวพรรณเป็นหลัก

1. Blackmores Evening PrimRose Oil

คุณสมบัติ: อยากบอกว่าตัวนี้ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะเลย น้ำมันพริมโรสเป็นแหล่งให้กรดไขมันจำเป็นนะ มีโอเมก้า6 ที่จะช่วยใน2เรื่องหลักๆคือ 1.ปรับฮอร์โมนในผู้หญิง โดยเฉพาะสาวๆที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ไม่ว่าจะมาไม่ตรง ปวดท้องประจำเดือน หรือเกิดอาการหงุดหงิดง่าย 2.ช่วยเรื่องผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวที่แพ้ เป็นผื่นง่าย ลดอาการสิวอุดตัน

วิธีรับประทาน: ทานทุกวัน ที่จำได้ วันละ1ครั้ง1แคปซูลร่วมกับมื้ออาหารใดก็ได้

ผลลัพธ์ที่ได้: รู้สึกได้ว่าอาการฮอร์โมนผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือนดีขึ้นมาก เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยปวดท้องแล้ว จนตอนนี้แนะนำให้คุณแม่ลองทานด้วยเลย สำหรับเรื่องผิวพรรณ เองทานร่วมกับอีก2วิตามินด้านล่าง กิน3ตัวนี้ควบคู่กันไปเรื่อยๆแล้วรู้สึกผิวหน้าดีขึ้นมาก หน้ากระจ่างใส เรียบลื่น ไม่ค่อยมีสิวอุดตัน เวลาทาแป้งแล้วรู้สึกว่าติดหน้ามากขึ้นเห็นได้ชัดเลย

2. Vistra Grape Seed

คุณสมบัติ: สาวๆคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้าตัวสารสกัดจากเมล็ดองุ่น(Grape Seed)มาบ้างแล้วนะ ว่านอกจากจะช่วยในเรื่องลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ลดความดันสูง และช่วยเรื่องสายตาแล้ว จุดเด่นของgrape seedคือช่วยบำรุงในเรื่องสีผิว ให้ดูขาวอมชมพู ยับยั้งการเกิดเม็ดสี พวกฝ้าหรือกระ โดยการทำงานของมันจะไปช่วยสร้างคอลลาเจน และเสริมการทำงานของกลูต้าไธโอนที่มีอยู่ในผิวของเราอยู่แล้ว ขอย้ำว่าที่มีอยู่ในผิวเราอยู่แล้วนะ ไม่ได้เป็นการกินกลูต้าหรือฉีดกลูต้าเพิ่มเข้าไปเลย ถือเป็นการบำรุงแบบธรรมชาตินะ

วิธีรับประทาน: ทานทุกวัน วันละ1ครั้ง1แคปซูลร่วมกับมื้ออาหาร พร้อมๆกับEvening Primrose Oilและ Kotu Cola Extract

ผลลัพธ์ที่ได้: ตัวเองมีสีผิวที่ค่อนข้างขาวอยู่แล้ว จึงรับประทานเพื่อเป็นการรักษาสีผิวให้อยู่ในระดับนี้ และช่วยซ่อมแซมสีผิวที่โดนทำร้าย อย่างที่บอกว่าจะรับประทานร่วมกับอีก2วิตามิน และรู้สึกได้เลยว่า ผิวหน้ากระจ่างใส เรียบลื่น ไม่ค่อยมีสิวอุดตัน เวลาทาแป้งแล้วรู้สึกว่าติดหน้ามากขึ้น

3. Vistra Kotu Cola Extract + Zinc

คุณสมบัติ: Gotu Kola คือ ใบบัวบกที่คนไทยเราใช้รับประทานแก้ช้ำใน ป้องกันพวกไวรัส แบคทีเรีย และต้านสารอนุมูลอิสระในสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่สาวๆทราบมั๊ย ว่านักวิทยาศาสตร์ค้นพบเพิ่มเติมว่าใบบัวบกมีดียิ่งกว่านั้น นั่นคือรักษาสิวอักเสบ สมานแผล และ ลดการเกิดแผลเป็น ส่วนสารสกัดอีกชนิดที่อยู่ในแคปซูลเม็ดนี้คือ Zinc ที่มีคุณสมบัติในยับยั้งอาการผมร่วง ฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดสิว และยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันใต้ผิวหนัง สรุปว่า ผลิตภัณฑ์นี้ นอกจากจะมีสรรพคุณช่วยบำรุงผมให้เแข็งแรงแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดสิวเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่อผิวมันและเกิดสิวได้ง่ายโดยเฉพาะสิวอักเสบ

วิธีรับประทาน: ตัวนี้ปกติแล้วจะทานทุกวัน วันละ1ครั้ง1แคปซูลร่วมกับมื้ออาหาร พร้อมๆกับอีก2อย่างด้านบนนะ แต่ถ้าช่วงไหนเป็นสิวมากๆ จะรับประทานครั้งละ2แคปซูล

ผลลัพธ์ที่ได้: ช่วยได้ดีมากในเรื่องสิวอักเสบ ยิ่งถ้าทานร่วมกับ2ตัวด้านบนแล้ว จะช่วยทั้งเรื่องสิวอุดตัน อาการแพ้ระคายเคือง สีผิวขาวอมชมพู และ สิวอักเสบ สรุปคือลดปัญหาทุกสิ่งอย่างที่เกียวกับผิวหน้าเลย

4. Blackmores Fulfil

คุณสมบัติ: ผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยในสาวๆที่กำลังอยากลดshape มีส่วนผสมของGluconanซึ่งก็คือเส้นใยผักธรรมชาติ สามารถละลายน้ำได้ดี มันคือหัวบุก เวลาเรารับประทานเข้าไป มันจะไปพองตัวเป็นวุ้นนิ่มๆแล้วจะทำให้เรารู้สึกอิ่มท้อง ตัวนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยนะ เพราะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน แต่เป็นเหมือนอาหารเสริมที่ทำให้ท้องเราอิ่ม ถือเป็นการลดน้ำหนักโดยการไปแทนที่อาหารส่วนเกินที่ปกติเราชอบกินจุกจิก ตัวGluconanจะไม่ดูดซึมเข้าร่างกาย เพราะตอนท้ายจะถูกย่อยสลายในลำไส้ใหญ่ เราจะขับถ่ายมันออกมาเหมือนปกติ

วิธีรับประทาน: ตัวนี้นี้ม่ได้ทานตลอดนะ จะทานเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มทานเยอะเกินไป เจริญอาหารไปหน่อย รับประทานก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 – 3 ครั้ง พร้อมดื่มน้ำตามเยอะๆๆๆเลย

ผลลัพธ์ที่ได้: รู้สึกได้เลยว่าไม่ค่อยอยากทานจุกจิกเพิ่มเติมเลย แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้รับประทานตัวนี้เพราะไม่ค่อยมีปัญหาน้ำหนักตัวเท่าไร เลยส่งต่อให้คุณแม่แทนแล้ว คุณแม่เริ่มจะติดใจแล้วล่ะ
วิตามิน’ กับ ‘อาหารเสริม’ ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?

วิตามิน และ อาหารเสริม แต่ละตัวมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงแตกต่างกันออกไป บางตัวช่วยบำรุงผม บางตัวช่วยบำรุงเล็บ บางตัวช่วยเสริมธาตุอาหารที่ร่างกายขาดไป ฟังดูแล้วมีประโยชน์ แต่นอกจากช่วยบำรุงแล้ว วิตามินและอาหารเสริมเหล่านี้ยังส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้ หากกินแบบไม่ถูกวิธี

วิตามินและอาหารเสริมทำให้ตับทำงานหนักขึ้น
วิตามินและอาหารเสริม หากผลิตมาแบบไม่ได้มาตรฐานมักจะมีสารเคมีปะปนมาด้วย หากกินวิตามินและอาหารเสริมเหล่านี้มากๆ ก็จะทำให้เรารับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว นานวันเข้า ตับก้จะยิ่งทำงานหนัก เพราะต้องคอยกรองสารอาหารที่จำเป็น ไปพร้อมๆ กับกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ตับและไตเสื่อมไวขึ้นนั่นเอง

วิตามินและอาหารเสริมที่ดูดซึมไม่หมดจะตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย
วิตามิน และอาหารเสริมบางชนิดที่ละลายในน้ำได้ไม่ดี ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ยากจนเกิดเป็นสารตกค้างอยู่ เมื่อกินเป็นปริมาณมากต่อเนื่องกัน ก็จะตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียต่อตับ หรืออาจทำให้เลือดไม่แข็งตัว วิตามินบางชนิดหากร่างกายได้รับมากเกินไป ยังทำให้เกิดนิ่วในไตได้อีกด้วย

กินวิตามินหรืออาหารเสริมอาจทำให้โรคประจำตัวกำเริบ
วิตามินหรืออาหารเสริม บางอย่างแม้จะมีประโยชน์กับคนทั่วไป แต่อาจเป็นอันตรายกับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น วิตามินซี ที่มีผลกระทบ ทำให้เลือดแข็งตัวช้าขึ้น ทั้งยังเร่งให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ง่าย จึงเป็นอันตรายกับผู้ป่วยในกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดแดง หรือวิตามินเอ ที่ดูดซึมยาก คั่งค้างและสะสมในตับได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคไต เป็นต้น

คอลลาเจนและกลูต้า อาหารเสริมที่ต้องระวัง

คอลลาเจนและกลูต้า อาหารเสริมยอดฮิตสำหรับคนอยากผิวขาวใสเต่งตึง แต่อันที่จริงแล้ว อาหารเสริมทั้ง 2 อย่างนี้ ยังไม่มีผลการวิจัยไหนที่จะยืนยันคุณสมบัติ ผลลัพธ์ที่แท้จริง รวมไปถึงผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ ถือเป็นอาหารเสริม 2 ชนิด ที่ควรระมัดระวังให้ดีก่อนตัดสินใจกินนะ

‘วิตามิน’ กับ ‘อาหารเสริม’ กินอย่างไรให้ได้ผล?
แต่ไม่ใช่ว่า วิตามิน และ อาหารเสริม จะส่งผลเสียไปซะหมด หากเลือกให้ดี กินให้ถูก ก็จะช่วยบำรุงร่างกายได้แน่นอน

เลือกกินวิตามินในกลุ่มที่ละลายน้ำได้
หากต้องการกินวิตามิน ให้เลือกวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดี เช่น วิตามินซี วิตามินบี หรือโฟเลต เพราะร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย ไม่สะสมตกค้าง ไม่ทำให้ตับหรือไตต้องทำงานหนักมากเกินไป

เลือกอาหารเสริมที่เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก
สำหรับอาหารเสริม ก็ควรเลือกอาหารเสริมที่ผลิตแบบได้มาตรฐาน เป็นอาหารเสริมที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่า และไม่ตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายเช่นกัน

อ่านฉลากบรรจุภัณฑ์วิตามิน/อาหารเสริมให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
วิตามินและอาหารเสริมแต่ละชนิด จะมีวิธีการกินแตกต่างกัน บางชนิดทานครั้งเดียวตอนเช้า บางชนิดทานครั้งเดียวก่อนนอน หรือบางชนิดกินสามครั้งหลังอาหาร นอกจากนั้นยังมีข้อควรระวังและคำแนะนำอื่นๆ ดังนั้น หากต้องการกินอาหารเสริม หรือวิตามินให้เห็นผล ควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์ให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยนะ

ตรวจร่างกายก่อนกินวิตามิน/อาหารเสริม
ร่างกายของเรามีข้อกำหนดและขีดจำกัดอยู่หลายประการ การจะกินวิตามินหรืออาหารเสริมให้เห็นผล จึงควรปรึกษาแพทย์ และเข้ารับการตรวจร่างกายหาปริมาณวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ก่อน เพื่อเลือกกินแต่วิตามิน หรือ อาหารเสริม ที่ร่างกายของเราขาดไป หรือได้รับไม่เพียงพอเท่านั้น เพราะอาหารเสริม/วิตามินบางอย่าง ถ้าได้รับมากเกินความจำเป็น ร่างกายก็จะกำจัดออก หรือถ้ากำจัดออกไม่หมด ก็จะตกค้างอยู่ในร่างกาย นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์และยังให้โทษ ทั้งยังทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *