Uncategorized

สมรรถภาพ

Summary

ประเภทของ สมรรถภาพ ทางกาย สมรรถภาพ หมายถ […]

ประเภทของ สมรรถภาพ ทางกาย

สมรรถภาพ

สมรรถภาพ หมายถึง ความสามารถของระบบต่าง ๆ ในร่างกายที่เป็นความสามารถ เชิงสรีรวิทยาของระบบที่จะช่วยป้องกัน บุคคลจากโรคต่างๆ ซึ่งมีสาเหตุจากภาวะ ของการขาดการออกกำลังกาย และถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คนเรามีสุขภาพที่ดี  ประกอบด้วย องค์ประกอบของร่างกาย ( Body  Composition) ตามปกติแล้วในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย กล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน และ ส่วนอื่นๆ แต่ในส่วนของสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพนั้น หมายถึง
สัดส่วนปริมาณไขมันในร่างกายกับมวลร่างกายที่ปราศจากไขมัน  โดยการวัดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ไขมัน (% fat) ด้วยเครื่อง

1. ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด (Cardiorespiratory Endurance) หมายถึง สมรรถนะเชิงปฏิบัติของระบบไหลเวียนเลือด (หัวใจ หลอดเลือด) และระบบหายใจในการลำเลียงออกซิเจน ไปยังเซลล์กล้ามเนื้อ
ทำให้ร่างกาย สามารถยืนหยัดที่จะทำงานหรือออกกำลังกาย ที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นระยะเวลายาวนานได้
2. ความอ่อนตัวหรือความยืดหยุ่น (Flexibility) หมายถึง พิสัยของการเคลื่อนไหวสูงสุดเท่าที่จะทำได้ของข้อต่อหรือกลุ่มข้อต่อ
3. ความอดทน ของกล้ามเนื้อ ( Muscular  Endurance) หมายถึง  ความสามารถของกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งหรือกลุ่มกล้ามเนื้อ ในการหดตัวซ้ำๆ เพื่อต้านแรงหรือความสามารถ ในการหดตัวครั้งเดียว ได้เป็นระยะเวลายาวนาน
4. ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ ( Muscular  Strength) หมายถึง  ปริมาณสูงสุดของแรง ที่กล้ามเนื้อ มัดใดมัดหนึ่งหรือกลุ่มกล้ามเนื้อ สามารถออกแรงต้านทานได้ ในช่วงการหดตัว ๑ ครั้ง

สมรรถภาพทางกลไก หมายถึง การวัดและประเมินค่า ความสามารถในการทำงาน ของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ที่ส่งเสริมให้ร่างกาย มีการเคลื่อนไหวอย่าง มีประสิทธิภาพ โดยใช้แบบทดสอบ สมรรถภาพทางกลไก เป็นเครื่องมือ
ในการประเมินผล โดยมุ่งเน้นการทดสอบ ที่ครอบคลุมองค์ประกอบ ของสมรรถภาพทางกลไก ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถ ในการทรงตัว ความอ่อนตัว ความคล่องแคล่วว่องไว ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ กำลังของกล้ามเนื้อ และ

ความทนทาน ของกล้ามเนื้อ ประกอบด้วย 6 ด้าน คือ

1) ความคล่องแคล่ว หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนทิศ ทางการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และควบคุมได้ รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ทดสอบ เช่น การวิ่งเก็บของการวิ่งซิกแซ็ก
2) การทรงตัว หมายถึง ความสามารถในการรักษา ความสมดุลร่างกาย ในขณะอยู่กับที่หรือขณะเคลื่อนที่ รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ในการทดสอบ
3) การประสานสัมพันธ์ หมายถึง ความสามารถ ในการเคลื่อนไหวร่างกาย ได้อย่างราบรื่น กลมกลืน และมีประสิทธิภาพ ซึ่ง เป็นการทำงานประสานสอดคล้อง กันระหว่าง ตา – มือ – เท้า รูปแบบที่นิยม นำมาใช้ในการทดสอบ
4) พลังกล้ามเนื้อ หมายถึง ความสามารถของกล้ามเนื้อ ที่ออกแรงสูงสุดในเวลาสิ้นสุด รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ในการทดสอบ
5) เวลาปฏิกิริยา ตอบสนอง หมายถึง ระยะเวลาที่ร่างกายใช้ ในการตอบสนอง ต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ รูปแบบที่นิยมนำมาใช้ทดสอบ
6) ความเร็ว หมายถึง ความสามารถในการเคลื่อนที่ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง อย่างรวดเร็ว รูปแบบที่นิยมมาใช้ทดสอบ

ความสำคัญของสมรรถภาพทางกาย

ในช่วงชีวิตมนุษย์ เราทุกคน มีความปรารถนาอยาก ให้ตนเองมีสุขภาพ พลานามัยเเข็งเเรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายทั้งปวง เหมือนดั่งคำกล่าวทาง ศาสนา ที่ว่าไว้ คือ “ อโรคยาปรมา ลาภา “ แปลว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ สิ่งที่กล่าวมานี้นับว่า เป็นเป้าหมายที่สำคัญ อย่างหนึ่ง ของชีวิตคนเราทุกคน

แต่จะทำอย่างไร เราจึงจะเป็นผู้ ที่มีสุขภาพดี อย่างที่ตั้งความหวัง เอาไว้ซึ่ง จะเเสดงออกมา โดยดูจากเเนวทาง การปฏิบัติตน ของเเต่ละบุคคล เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ดังกล่าวบ้าง ก็พยายามรักษาความสะอาด ของร่างกายสิ่งของ เครื่องใช้ บ้างก็เลือกรับประทานอาหารที่ดี หรือ ให้ประโยชน์ ตามทัศนะของตน

บ้างก็เน้นเรื่อง การนอนหลับพักผ่อน บ้างก็เลือกการอาศัย อยู่ในห้องที่มีสภาพเเวดล้อม ที่เหมาะสม บ้างก็หมั่นไปตรวจสุขภาพ หรือปรึกษาเเพทย์เป็นประจำ และบ้างก็หาเวลาว่าง ในการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ สม่ำเสมอ ทั้งนี้ ก็เเล้ว เเต่ภูมิหลังของเเต่ละบุคคล ไปเเต่ทุกคนก็จะมุ่ง ไปที่เป้าหมายเรื่อง

เดียวกันคือ ทำอย่างไร จะให้ตนเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี สุขภาพร่างกาย ที่เเข็งเเรงสมบูรณ์ จำเป็นต้องอาศัย องค์ประกอบพื้นฐาน หลายด้าน เช่น สภาพทางร่างกาย สภาวะทางโภชนาการ สุขนิสัยและสุขปฏิบัติ สภาวะทางจิตใจ สติปัญญาเเละสภาวะทางอารมณ์ที่สดชื่นเเจ่มใส

ซึ่งความสัมพันธ์ ของร่างกาย เเละจิตใจนี้ นักพลศึกษา ได้มีคำกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “ สุขภาพจิตที่เเจ่มใส อยู่ในร่างกายที่เเข็งเเรง “ หมายความว่า การที่บุคคล จะมีสุขภาพที่สดชื่นเเจ่มใสได้นั้น จะต้องเป็นบุคคล ที่มีร่างกาย เเข็งแรงสมบูรณ์ด้วย

การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายด้วยการออกกำลังกาย
การออกกำลังกาย เป็นการใช้แรงกล้ามเนื้อลาย ให้มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยอาจจะใช้กิจกรรมใดๆเป็นสื่อก็ได้ ซึ่งมิได้มุ่งการแข่งขัน แต่ช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาสุขภาวะที่ดี อันเป็นรากฐานสำคัญ สำหรับคุณภาพชีวิตของคนทุกคน    การออกกาลังกายนั้น มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนี้

กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น การออกกาลังกายจะทาให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงเซลล์ทั้งร่างกายได้ดีขึ้น มีพลังที่สามารถทากิจกรรมต่างๆ ได้ดีขึ้น สังเกตได้จากคนที่ออกกาลังกายเป็นประจา หรือนักกีฬา ถ้าจับต้องตามกล้ามเนื้อ จะแข็งแรง เพราะอาหารที่รับประทานเข้าไปถูกใช้เป็นพลังงาน ไม่เหลือสะสมเป็นไขมันใต้ผิวหนัง

การทรงตัวดี การออกกาลังกายอยู่เสมอ จะช่วยให้ทรงตัวดีขึ้น มีความกระฉับกระเฉงว่องไว เพราะร่างกายได้มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ การประสานงานของกล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆ จะทางานได้ดีขึ้น

ทรวดทรงดี การออกกาลังกายจะช่วยให้ทรวดทรงดีขึ้น สัดส่วนของร่างกายจะเหมาะสมการออกกาลังกายสม่าเสมอยังช่วยควบคุมน้าหนักตัวให้คงที่ ทาให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง มีผลต่อสุขภาพจิตด้วย

ปอด หัวใจ หลอดเลือด ทางานได้ดีขึ้น การออกกาลังกายอย่างถูกต้องตามหลักการและสม่าเสมอ จะเพิ่มการขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์กล้ามเนื้อ และอวัยวะที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ทาให้หัวใจ หลอดเลือด และปอด มีความแข็งแรง อัตราการเต้นของหัวใจ และการหายใจ ขณะพักลดลง และจะช้ากว่าคนที่ไม่ได้ออกกาลังกาย

ชะลอความเสื่อมของอวัยวะ ช่วยให้มีอายุยืนยาว การออกกาลังกายที่เหมาะสมเป็นประจาจะช่วยให้แก่ช้า และอายุยืนยาว เพราะกระดูกต่าง ๆ แข็งแรง กล้ามเนื้อแข็งแรง อวัยวะทุกส่วนของร่างกายทาหน้าที่ได้ดีขึ้น

การเจริญเติบโต การออกกาลังกายเป็นปัจจัยสาคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในเด็กที่ออกกาลังกายสม่าเสมอ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตอย่างถูกส่วน จึงกระตุ้นให้อวัยวะต่าง ๆ เจริญขึ้นพร้อมกันไป ทั้งขนาด รูปร่าง และหน้าที่การทางาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *